ดิเอโก้ มาราโดน่า เทพเจ้าวงการลูกหนัง

ดิเอโก้ มาราโดน่า เทพบุตรลูกหนัง ที่สวรรค์เรียกตัวคืน

ดิเอโก้ มาราโดน่า

ดิโอโก้ มาราโดน่า เกิดในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1960 ประเทศอาร์เจนติน่า ในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยมากนัก ในวัยเด็กของ มาราโดน่า ก็เหมือนเด็กๆชาวอาร์เจนติน่าทั่วไปนั่นคือ การเล่นฟุตบอล มาราโดน่า มีแววของการเป็นยอดนักเตะตั้งแต่ยังเด็ก ครอบครัวของมาราโดน่าดูแลเขาอย่างดี และคาดหวังพรสวรรค์ของเขาจะมาสามารถช่วยเหลือครอบครัวได้

เมื่ออายุ 8 ขวบ มาราโดน่า ก็ได้โชว์พรสวรรค์ไปเตะตากับแมวมองทีม Argentinos Juniors จึงได้เซ็นสัญญาไปร่วมทีระดับเยาวชนของสโมสร ด้วยพรสวรรค์ที่สุดยอดทำให้มาราโดน่ากลายเป็นนักเตะประวัติศาสตร์ที่เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพในวัยเพียง 15 ปี มาราโดน่า วาดลวดลายอยู่กับทีมถึง 5 ปี ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ โบคา จูเนียร์ส และการย้ายมาของมาราโดน่าก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง เขาสามารถพาทีมคว้ามแชมป์ลีกได้ และเป็นแชมป์แรกในลีกบ้านเกิดของเขา

ดิเอโก้ มาราโดน่า กับการเล่นในยุโรป และความผิดหวัง

ดิเอโก้ มาราโดน่า

ด้วยการเล่นที่เร้าใจกับฟอร์มอันโดดเด่น ทำให้มาราโดน่าได้ย้ายไปร่วมทัพ บาร์เซโลน่า ยักใหญ่แห่งสเปน ด้วยค่าตัว  7.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งถือว่าสูงที่สุดในขณะนั้น และเป็นการเล่นในยุโปรครั้งแรกของเจ้าตัว แฟนบอลทุกคนคาดหวังในฟอร์มการเล่นของเขา แต่ทุกอย่างไปเป็นไปอย่างฝัน แต่ด้วยอาการบาดเจ็บและปัญหาหลายอย่างทำให้เขา เล่นให้ บาร์เซโลนา ไปแค่ 58 เกม ยิง 38 ประตู

จุดเริ่มต้น ตำนาน เทพเจ้าลูกหนัง

ดิเอโก้ มาราโดน่า

หลังจากพบความผิดหวังในบาร์เซโลน่า มาราโดน่า ก็ได้ย้ายมาร่วมทีมนาโปลี ในปี 1984 ในวันเปิดตัว มีแฟนบอลมารอต้อนรับเขากว่า 75,000 คน และนี่คือบทเริ่มต้นของ ตำนานลูกหนัง มาราโดน่า กลายเป็นเทพเจ้าของนาโปลี เขาพานาโปลีคว้าแชมป์กัลโช เซเรีย อา ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ในฤดูกาล 1986-87  และได้แชมป์อีกครั้งในฤดูกาล 1989-90 ปัจจุบันนี้ นาโปลี ยังคงเป็นแชมป์ลีกสูงสุดแค่ 2 ครั้ง ไม่แปลกที่เขาจะกลายเป็นเทพเจ้าของชาวนาโปลี

จุดสูงสุดของชีวิตกับ พระเจ้า ของประเทศ

ดิเอโก้ มาราโดน่า

ส่วนผลงานในทีมชาติอาร์เจนติน่า มาราโดน่า เริ่มติดทีมชาติตั้งแต่ปี 1977 ในปี 1982 เขาได้ติดทีมชาติไปลุยศึกฟุตบอลโลก ที่สเปน พร้อมความหวังของคนทั้งชาติ แต่กลับพังไม่เหลือชิ้นดี เขาถูกไล่ออกในเกมกับบราซิล และอาร์เจนติน่าต้องกระเด็นตกรอบ 2 แบบน่าผิดหวัง

และอีก 4 ปีต่อมา นี่คือสิ่งที่ทำให้คนทั้งชาติยกย่องเขาดั่ง พระเจ้า ฟุตบอลโลกปี 1986 เขารับบทเป็นกัปตันทีม มาราโดน่า พาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ พร้อมสร้างวีรกรรมไว้มากมาย โดยเฉพาะในเกมกับ อังกฤษ ที่เขาใช้มือปัดบอลเข้าประตูไป จนเป็นที่มาของคำว่า Hand of God

ในฟุตบอลโลกปี 1990 มาราโดน่า ก็พาทีมเข้าชิงแชมป์ได้อีกครั้ง แต่แพ้ เยอรมนีตะวันตก ไปอย่างน่าเสียดาย และฟุตบอลโลกปี 1994 ที่อเมริกา มาราโดน่า ที่ลงไป 2 นัด ก็ถูกตรวจพบสารกระตุ้น ถูกตะเพิดออกจากทีมชาติไป เป็นอันจบการเล่นทีมชาติของเขากับการลงเล่น 91 นัด 34 ประตู

ปั้นปลายชีวิต การกลับคืนสู่สวรรค์

ดิเอโก้ มาราโดน่า

ในช่วงท้ายของการค้าแข็ง มาราโดน่า เริ่มมีข่าวฉาวมากมายไม่ว่าจะเรื่องยาเสพติด การเมือง จนทำให้เขาโดนแบนยาวไปเป็นปี ก่อนที่สุดท้ายจะย้ายกลับไปเล่นกับ โบคา จูเนียร์ส อดีตต้นสังกัดอีก 2 ปี ก่อนจะยุติการค้าแข้งในวัย 37 ปี อย่างยิ่งใหญ่

มาราโดน่า ยังคงอยู่ในแวดวงฟุตบอลเสมอ ไม่ว่าจะรับบทนักวิเคราะห์ เป็นผู้จัดการทีม จวบจน ปี 2007 มาราโดน่า เกือบเสียชีวิตด้วยอาการลิ่มเลือดอุดตัน จากภาวะติดแอลกอฮอล์อย่างหนัก แต่เขาก็รอดมาได้  พร้อมทั้งเข้าออกโรงบาลอยู่เป็นประจำ

วาระสุดท้ายของ มาราโดน่า ก็มาถึง เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิการยน ปี 2020 มาราโดน่า เขารับการผ่าตัดที่สมอง และพักผ่อนที่หมอจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยที่ไม่มีใครเอะใจอะไร เพราะดูภายนอกก็ปกติแข็งแรงดี และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2020 เหตุการณ์ที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้น มาราโดน่า จากไปด้วยโรคหัวใจวาย ในวัย 60 ปี นี่คือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของวงการฟุตบอล

นักฟุตบอลทั่วโลกต่างออกมาสดุดี มาราโดน่า คนทั้งประเทศร่ำไห้เศร้าโศก กับการจากไปของเขา ถือว่าเป็นเหตุการณ์ช็อคแฟนบอลทั้งโลก ไม่มีใครตั้งตัวทัน เขาจากไปอย่างกระทันหัน ถึงเขาจะจากไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาสร้างไว้ มันยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะทำได้ เพราะเขาคือ ดิเอโก้ มาราโดน่า

อ่านข่าวเพิ่มเติม :: ข่าวฟุตบอลออนไลน์
Facebook fan page :: Thesoccerstar